Creative Journal
a thing that is pieces เมื่อเศษพลาสติกกลายเป็นของชิ้นโปรด และความสนุกค่อย ๆ เปลี่ยนวิธีมองโลก
เรื่องของคนทำงานสองคนที่ชอบทดลองกับวัสดุ จนพบว่าการให้ชีวิตใหม่กับสิ่งของ เปลี่ยนความคิดของคนทำไปพร้อมกัน
ฝาขวดพลาสติกหลายสีอยู่รวมกันในภาชนะ บนชั้นมีถุงบรรจุฝาขวดที่แยกสีไว้แล้ว ส่วนอีกมุมหนึ่ง เศษพลาสติกชิ้นเล็กกำลังถูกตักขึ้นชั่งน้ำหนัก ก่อนเข้าสู่กระบวนการที่เปลี่ยนหน้าตาของมันไปอีกครั้ง
ภาพเหล่านี้ปรากฏอยู่ในพื้นที่ทำงานของ a thing that is pieces ท่ามกลางเครื่องมือ ตัวอย่างวัสดุ และข้าวของสีสันสดใสที่ชวนให้หยุดมอง
มีทั้งดอกไม้จากพลาสติก เก้าอี้ที่นำวัสดุต่างชนิดมาประกอบเข้าด้วยกัน และของใช้ชิ้นเล็กที่มีลวดลายเฉพาะตัว หากเห็นเพียงผลงานสำเร็จ เราอาจสนใจสี รูปทรง หรือคิดว่ามันน่าจะเข้ากับมุมไหนในบ้าน ก่อนจะนึกสงสัยว่าของเหล่านี้เคยเป็นอะไรมาก่อน
สำหรับคนทำงานสองคนที่อยู่เบื้องหลัง ความรู้สึกอยากหยิบ อยากใช้ และอยากพากลับบ้านเช่นนั้น มีความหมายมาก
เพราะเป็นจังหวะที่วัสดุเหลือใช้ได้กลับเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของใครสักคนอีกครั้ง

เริ่มจากความอยากลอง
เมื่อเล่าถึงจุดเริ่มต้น ทั้งคู่ย้อนกลับไปหาความชอบศิลปะ ความสนใจในวัสดุ และประสบการณ์ทำงานตกแต่งร้าน ซึ่งเปิดโอกาสให้ได้จับ ได้ลอง และได้รู้จักสิ่งของหลากหลายชนิด
พอพบกระบวนการทำงานกับพลาสติก สีสันของมันก็ดึงดูดให้เกิดคำถามว่า ถ้าลองลงมือทำด้วยตัวเองจะเป็นอย่างไร
คำถามเรียบง่ายพาไปสู่การทดลอง การขึ้นรูป และการนำชิ้นส่วนต่าง ๆ มาประกอบกัน ระหว่างทาง ทั้งคู่พบความสนุกที่ทำให้อยากลองต่อ
พลาสติกที่ผ่านการใช้งานแล้วยังมีคุณสมบัติให้ทำความรู้จัก ยังมีสีให้เล่น และยังมีความเป็นไปได้ให้ค้นหา ความคุ้นเคยจากงานเดิมจึงค่อย ๆ เชื่อมเข้ากับวัสดุที่กำลังเรียนรู้ จนเกิดเป็นผลงานในแบบของตัวเอง
ชื่อ a thing that is pieces ก็สัมพันธ์กับวิธีทำงานเช่นนี้ พวกเธอชอบหยิบชิ้นส่วน เศษวัสดุ และสิ่งที่พบเจอมาสร้างขึ้นใหม่ ความพิเศษของสิ่งของจึงเกิดจากการนำส่วนเล็กส่วนน้อยเหล่านั้นมาประกอบเข้าด้วยกัน
เมื่อมองกลับไปที่ผลงาน ชื่อนี้แทบจะเป็นคำอธิบายกระบวนการทั้งหมดอยู่แล้ว

จานสีที่ต้องเริ่มจากสิ่งที่มี
การทำงานกับวัสดุเหลือใช้มีโจทย์เฉพาะตัว ขยะที่ได้รับมาไม่ได้มีสีตามที่คนออกแบบต้องการเสมอไป
สิ่งที่ทั้งคู่ทำได้คือพิจารณาว่า สีที่อยู่ตรงหน้าจะผสมกันอย่างไร จะจัดวางแบบไหน และจะกลายเป็นชุดสีใหม่ที่ยังทำให้คนทำรู้สึกสนุกได้อย่างไร
ถุงฝาขวดที่แยกตามสีจึงเป็นเหมือนจุดตั้งต้นของการออกแบบ แต่ละถุงบอกทั้งสิ่งที่มีให้ใช้และความเป็นไปได้ของงานชิ้นถัดไป
ในคลิป เราเห็นพลาสติกผ่านเครื่องบด เห็นเศษสีถูกตักและชั่ง เห็นการใช้ความร้อน ตลอดจนการตัดแต่งชิ้นงาน กระบวนการเหล่านี้ค่อย ๆ พาวัสดุออกจากรูปร่างเดิม ไปสู่รูปทรงและหน้าที่ใหม่
ระหว่างนั้น คนทำต้องตัดสินใจอยู่ตลอด ทั้งเรื่องส่วนผสม สี และการประกอบวัสดุเข้าด้วยกัน
ข้อจำกัดจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบโดยปริยาย ทุกครั้งที่ได้รับวัสดุมาใหม่ ก็มีโจทย์ให้กลับไปคิดใหม่ด้วย

ความสนุก ความคิดสร้างสรรค์ และความยั่งยืน
ทั้งคู่มีองค์ประกอบสามอย่างที่อยากให้ปรากฏอยู่ในผลงานเสมอ ได้แก่ ความสนุก ความคิดสร้างสรรค์ และความยั่งยืน
สำหรับพวกเธอ ทั้งสามอย่างต้องอยู่ในความคิดตั้งแต่เริ่มทำผลิตภัณฑ์สักชิ้น และเป็นเงื่อนไขสำคัญพอที่จะใช้ตัดสินใจว่าจะทำงานนั้นต่อหรือไม่
ความสนุกมองเห็นได้ผ่านการเล่นสีและการจับคู่สิ่งที่ต่างกัน ความคิดสร้างสรรค์อยู่ในวิธีเปลี่ยนชิ้นส่วนให้มีรูปร่างและหน้าที่ ส่วนความยั่งยืนถูกนำมาคิดผ่านการเลือกใช้วัสดุเหลือใช้ตั้งแต่ต้นทาง
สิ่งที่น่าสนใจคือ ทั้งคู่ยอมรับได้หากลูกค้าจะเลือกซื้อผลงานโดยยังไม่รู้ว่ามันทำจากขยะพลาสติก
คนคนหนึ่งอาจชอบของชิ้นนั้นเพราะหน้าตา เพราะสี หรือเพราะอยากใช้งานมันจริง ๆ เรื่องราวของวัสดุสามารถเป็นสิ่งที่เขาค่อย ๆ รู้จักในภายหลัง
มุมมองนี้ทำให้เห็นความตั้งใจของคนออกแบบชัดขึ้น พวกเธออยากทำของที่มีคุณค่าพอให้คนอยากอยู่ด้วยในชีวิตประจำวัน และให้เรื่องราวเบื้องหลังเดินทางไปพร้อมกับของชิ้นนั้น

กว่าจะรู้จักวัสดุ ต้องยอมให้มันสอน
ความสนุกที่เห็นในผลงานผ่านการลองผิดลองถูกมาไม่น้อย
ทั้งคู่เล่าว่า ตอนเริ่มต้นก็ไม่ได้คาดคิดว่าพลาสติกที่อยู่ในมือจะพามาถึงงานอย่างที่ทำได้ในวันนี้ ระหว่างทางต้องอาศัยความอดทน ความตั้งใจ และแรงลงมือทำซ้ำ ๆ
งานหนึ่งชิ้นอาจต้องผ่านความล้มเหลวหลายครั้งกว่าจะสำเร็จ การทดลองครั้งแรกไม่ได้ให้คำตอบที่ต้องการเสมอไป และความเข้าใจวัสดุก็ต้องค่อย ๆ สะสมขึ้นจากประสบการณ์เหล่านั้น
เมื่อทำมากพอ ทั้งคู่เริ่มรู้จักว่าวัสดุแต่ละแบบเป็นอย่างไร แบบไหนทำแล้วสวย และแบบไหนไม่เป็นไปอย่างที่คิด
ความชำนาญจึงมีร่องรอยของชิ้นงานที่ไม่ได้ไปต่ออยู่ด้วย แม้คนดูจะเห็นเพียงผลงานที่เสร็จแล้วก็ตาม
พร้อมกันนั้น สิ่งที่เปลี่ยนไปยังรวมถึงวิธีคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมของคนทำ พวกเธอเล่าว่าการคลุกคลีกับวัสดุเหล่านี้ค่อย ๆ เปลี่ยนพฤติกรรมและมุมมองของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ
การเรียนรู้เกิดขึ้นระหว่างทำงาน ในการหยิบวัสดุแต่ละชิ้นมาพิจารณา และในการพยายามหาความเป็นไปได้ให้สิ่งที่อยู่ตรงหน้า

ทำวันนี้ให้ดี และให้ผลงานพูดต่อ
เมื่อพูดถึงอนาคต ทั้งคู่ให้ความสำคัญกับการอยู่กับปัจจุบันและทำสิ่งที่กำลังทำให้ดี
ท่าทีนี้สอดคล้องกับวิธีที่พวกเธออยากสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อม ผ่านผลงานที่คนหยิบใช้ได้ ผ่านวัสดุที่เปลี่ยนรูปร่าง และผ่านความคิดเล็ก ๆ ที่แทรกอยู่ในสิ่งของ
ในบทสนทนา มีการเปรียบการทำงานของตัวเองกับการแสดงจุดยืนผ่านชิ้นงาน ผลงานแต่ละชิ้นเป็นช่องทางบอกว่าพวกเธอสนใจอะไร และกำลังพยายามทำอะไรอยู่
แน่นอนว่าการทำงานที่อยากทำต้องอยู่ร่วมกับเรื่องรายได้ ทั้งคู่ยอมรับว่านี่คือสมดุลที่ยังต้องหาอยู่จนถึงวันนี้ ความรักในงานและความเป็นจริงของการทำงานจึงยังเป็นโจทย์ที่เดินไปด้วยกัน
สิ่งที่พวกเธอหวังคือ งานเหล่านี้อาจส่งต่อแรงบันดาลใจให้ใครสักคน เห็นว่าการเลือกทำในแนวทางนี้ก็เป็นไปได้ และอาจน่าลองด้วยตัวเองบ้าง
เมื่อกลับมามองฝาขวดในภาชนะอีกครั้ง เราจึงเห็นได้มากกว่าวัตถุดิบที่รอเข้าเครื่องบด
ข้างหน้าของมันอาจเป็นดอกไม้ ของใช้ หรือส่วนหนึ่งของเฟอร์นิเจอร์ ขึ้นอยู่กับการทดลองครั้งต่อไปของคนทำ และเมื่อกลายเป็นของชิ้นโปรดในบ้านใครสักคน เรื่องราวของวัสดุนั้นก็ได้เดินทางต่อ
ส่วนคนที่หยิบมันขึ้นมาใช้ อาจเริ่มมองฝาขวดชิ้นถัดไปต่างจากเดิมเช่นกัน
